บทที่ 17 องค์กรมืด (06)

“คุณพยัคฆ์” ถึงกับต้องครางชื่อชายหนุ่มเสียงหลง น้ำตาก็เอ่อคลอ ไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่ามารตัวร้ายจะมีหัวจิตหัวใจกับเขาด้วย          

            “ไม่ต้องมาทำเป็นซึ้งรัมภา เพราะยังไงเธอก็ต้องได้รับโทษที่ทำให้ฉันต้องมานั่งกินบะหมี่นี่” เขาคาดโทษและหงุดหงิดไม่น้อยที่ต้องมานั่งกินบะหมี่ และที่เดินเข้ามาฉุดกระชากร่างเล็กเพราะต้องการจะให้เจ้าหล่อนไปทำอาหารให้ตนเอง แต่เขากลับต้องมานั่งบริการเจ้าหล่อนเสียได้           

            มือสั่นเพราะแทบจะไร้เรี่ยวแรง ฝืนตักบะหมี่ยัดใส่กระเพาะได้แค่สามคำเท่านั้นก็ต้องยัดตนเองลงในผ้าห่มอีกครั้ง เมื่อตอนนี้เปลือกตาช่างหนักและต้องการจะปิดลงเสียแล้ว แต่มารร้ายก็ไม่ยินยอมให้คนป่วยได้หลับตาเมื่อซัดบะหมี่เสร็จก็ยัดตัวลงนอนข้างเจ้าหล่อน   

            สองมือไม้กลั่นแกล้งคนป่วยด้วยการรุกเร้าไปตามส่วนโค้งส่วนเว้า ตั้งใจจะมอบบทรักอันดิบเถื่อนให้เป็นการลงโทษ ใบหน้าขาวถูกพรมจูบไปทั่ว ราวกับคนตัวโตไม่เกรงกลัวว่าจะติดไข้เลยสักนิด แถมยังเลื่อนใบหน้าไปซุกไซ้ทรวงอกคู่สวย     

            แต่ไม่นานก็ต้องผละตัวออกห่าง เมื่อคนที่ต้องการแกล้งนิ่งสนิทไม่ไหวติง ร่างหนาต้องยันตัวลุกขึ้นมานั่งที่ปลายเตียง ดวงตากระด้างนั้นจับจ้องคนที่หลับสนิทแล้วต้องพ่นลมหายใจออกมาหนักๆ ชายหนุ่มรับรู้ดีว่า ร่างกายของเพียงรัมภาอ่อนแอแต่ก็เลือกทำเป็นไม่สนใจ เพราะไฟแค้นมีมากกว่าไฟเสน่หา ความห่วงใยจึงไม่เคยผุดขึ้นในหัวสมอง    

            พยัคฆ์จับจ้องเพียงรัมภาอยู่นาน พลันคิดถึงข่าวใหญ่ในวันพรุ่งนี้ รอยยิ้มมาดร้ายก็ผุดขึ้น จนเสียงโทรศัพท์แผดร้องขึ้น เขาจึงรีบเดินออกไปจากห้องอันคับแคบแถมยังปิดประตูเสียงดัง ใบหน้าคมต้องปั้นยิ้ม สายตาก็เจ้าเล่ห์เสียเหลือเกินเมื่อเหยื่อกำลังติดกับดักอีกหนึ่งราย โดยที่รายนี้พิษสงมากเป็นพิเศษ   

            “นอนหรือยังคะคุณพยัคฆ์” เสียงใสหวานเอ่ยถาม ใบหน้าก็ฉีกยิ้มน้อยๆ แอบแฝงด้วยความเจ้าเล่ห์          

            “ยังครับ นี่ก็กำลังคิดถึงคุณริสาอยู่พอดี” น้ำเสียงนั้นเจ้าชู้กรุ้มกริ่ม   

            “ตายแล้ว เราใจตรงกันเลยนะคะ ริสาก็กำลังคิดถึงคุณพยัคฆ์อยู่เหมือนกัน วันนี้ต้องขอบคุณสำหรับดอกไม้ช่อโตมากๆ เลยค่ะ ริสาชอบมากเลย” เมื่อตื่นเช้ามาก็พบกับกุหลาบสีขาวช่อโตทำให้เจ้าหล่อนยิ้มหน้าบาน และแอบตกใจไม่น้อยที่ไม่ถึงวันพยัคฆ์ก็สามารถสืบรู้ที่อยู่ของตนได้ 

            “ถ้าคุณริสาชอบผมก็ดีใจ แต่จะไม่มีรางวัลให้ผมสักหน่อยเหรอครับ อย่างเช่นดินเนอร์กันสักมื้อ” รอยยิ้มของจอมมารผุดขึ้นอย่างเจ้าเล่ห์ นาคินลูกน้องคนสนิทก็ทำงานได้รวดเร็วและว่องไว เช้าวันรุ่งขึ้นก็ได้ข้อมูลของริสา สาวสวยพราวเสน่ห์มาอยู่ในกำมือ และสิ่งที่เขาได้รับรู้มาก็ไม่ผิดคาด ทุกอย่างคือเรื่องจริงที่จะทำให้เกมครั้งนี้สนุกขึ้น         

            “แหมคุณพยัคฆ์พูดขนาดนี้แล้ว ถ้าริสาปฏิเสธคงน่าเกลียดแย่” ริสาเหยียดยิ้ม ดวงตาก็เป็นประกายแพรวพราว          

            “ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้หนึ่งทุ่มผมจะไปรับคุณริสาที่คอนโดนะครับ” จอมมารเค้นหัวเราะอยู่ในลำคอ ริมฝีปากได้รูปก็ฉีกยิ้ม เท้าสาวเข้ามายังห้องนอนของตนเอง        

            “โอเคค่ะแล้วริสาจะรอนะคะ” ริสาตอบรับโดยเร็ว ในเมื่อโอกาสงามลอยมาให้ไขว่คว้ามีหรือที่หล่อนจะปล่อยให้มันผ่านไป ในหัวใจก็เต้นเร็วแรงทุกครั้งที่ได้อยู่ใกล้พยัคฆ์หนุ่มรูปงาม ซึ่งก็รับรู้ดีว่า พิษสงของพยัคฆ์นั้นเต็มเปี่ยมเหมือนกับเม่นตัวน้อยที่ยามสะบัดเข็มให้ทิ่มแทง ซึ่งมันจะทำให้เจ็บปวดร้าวระบม   

            “ครับ งั้นพรุ่งนี้เจอกัน” จากนั้นก็กดวางสายไป พยัคฆ์นอนกระดิกเท้าอยู่บนเตียงก่อนที่จะนำเอาเอกสารซึ่งมีตัวอักษรอัดแน่นขึ้นมาอ่านอีกครั้ง ริสาหรือว่ามิโกะ สาวร่างเล็กชาวญี่ปุ่น รูปร่างหน้าตางามสะพรั่ง หุ่นก็น่าฟัด แต่มันไม่ใช่ประเด็นที่ทำให้พยัคฆ์สนใจ แต่มันคือภูมิหลังของหญิงสาวต่างหาก     

ฝ่ายทางด้านคอนโดมิเนียมย่านชานเมืองซึ่งหรูหรามีระดับ ตึกสูงนับยี่สิบชั้นกำลังมีหญิงชาวญี่ปุ่นนั่งอมยิ้ม ในมือก็มีของแหลมคมที่เจ้าหล่อนมีมันติดตัวไปทุกที่เสมือนเพื่อนคู่กาย ใช้ในยามที่จำเป็นต้องปกป้องตนเองหรือสู้รบปรบมือ ถึงแม้จะเป็นผู้หญิงแต่ก็มีพิษสงรอบกาย ไม่มีทางให้ใครมาทำอันตรายหรือกล้ำกรายอย่างแน่นอน        

            “ค่ะ ทราบแล้วค่ะ” น้ำเสียงซึ่งเอ่ยนั้นแข็งกระด้างราวน้ำเสียงของผู้ชาย แตกต่างจากเมื่อสักครู่อย่างสิ้นเชิง ใบหน้าตึงและเข้มขึ้น “ไม่ต้องห่วงค่ะ ฉันรู้ดี” เมื่อปลายสายวางไป มือก็หยิบของคู่กายขึ้นมาขัดถูทำให้เงาวาวและนำมันไปวางไว้ที่หัวนอน 

            เท้าเล็กๆ สาวเท้าออกไปที่ระเบียงคอนโด ฉีกยิ้มให้กับท้องฟ้า ทุกอย่างแลจะง่ายกว่าที่คิดไว้ แต่หล่อนก็ไม่ควรมีความประมาท เพราะนั่นหมายถึงความย่อยยับ ทุกอย่างต้องพังทลาย ชีวิตอาจจะมอดดับ และที่สำคัญที่สุดหล่อนสมควรที่จะมีสติทุกครั้ง     

            มองดูท้องฟ้าไม่นานนักก็เดินกลับมาเลือกดูชุดที่จะใส่ไปดินเนอร์กับพยัคฆ์ หล่อนปรายตามองแล้วชั่งใจเพราะต้องการสวมใส่ชุดที่ใส่แล้วสะดุดตาจนต้องเหลียวหลังกลับมามอง และต้องติดตาตรึงเข้าไปถึงหัวใจ หล่อนเลือกหยิบชุดสีดำเปิดอกขึ้นมาทาบทับเพื่อวัดความพอดี และเมื่อได้ชุดที่สมใจก็กลับไปทิ้งตัวลงนอนสู่ห้วงนิทรา  

ข่าวหน้าหนึ่งพาดหัวข้อตัวเบ้อเร่อกำลังสร้างความขุ่นมัวให้ใครบางคนยิ่งนัก ใบหน้าตึงเกรี้ยวโกรธ ถือหนังสือพิมพ์ในมือไว้แน่นราวกับต้องการขยำขยี้ให้มันแหลกสลายคามือ ดวงตาก็ลุกวาวด้วยความบ้าคลั่ง ไม่รู้ว่าใครมาปล่อยข่าวเช่นนี้          

            “คนสมัยนี้ก็ชั่วจังนะคะคุณพี่ ทำได้แม้กระทั่งคนที่ไม่มีทางสู้” เสียงหวานของภรรยาคู่กายทำให้เมฆาหลุดออกมาจากภวังค์ความเคียดแค้น

บทก่อนหน้า
บทถัดไป